ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 12-11-10, 17:28
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,199
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,855
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 78,025 ครั้ง ใน 78,025 ข้อความ
พลังบุญ: 56828
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile ห้องบุญทานที่ถวายน้อยฯ แต่ให้ผลมากเกินจักประมาณได้เพราะพระเมตตาสงเคราะห์ฯ

อภิญญา-ห้องบุญทานที่ถวายน้อยฯ แต่ให้ผลมากเกินจักประมาณได้เพราะพระเมตตาสงเคราะห์ฯ-14_02%5B1%5D-jpg
นางปุณณทาสี
มีใจความว่าพระบรมศาสดา ประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหารวันหนึ่งพระองค์ได้ทรงเล็งพระญาณ ตรวจดูหมู่สัตว์โลกในเวลาใกล้รุ่ง ก็ปรากฏเห็นนางปุณณทาสีในฝ่ายพระญาณของพระองค์ว่า นางปุณณทาสีจักต้องตายในวันนี้อย่างแน่นอน ถ้าพระองค์ไม่เสด็จไปอนุเคราะห์ก็จะต้องไปสู่ทุคติ พระองค์ทรงมีพระเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกได้ไปโปรดให้พ้นจากบาปอกุศลบรรลุถึงความสุข มีมรรคผลนิพพานตามบารมีของสัตว์นั้น ๆ จะสั่งสมไว้มากน้อยเพียงใด ส่วนนางปุณณทาสี นี้ก็เช่นเดียวกัน พระองค์ได้เสด็จไปโปรดในเวลาบิณฑบาต พระองค์ทรงนุ่งห่มจีวรอันเป็นปริมณฑลแล้วมีพระ อานนท์ ถือบาตรตามเสด็จไปสู่ที่อยู่ของนางปุณณทาสี ส่วนนางปุณณทาสีเป็นคนยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์ อาศัยอยู่ในเรือนเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์เลี้ยงชีวิตเป็นอยู่ ในเช้าวันนั้นนางถูกเศรษฐีให้ตำข้าววัน ยันค่ำ แต่ก็ไม่แล้ว
ครั้นรุ่งเช้าก็ลุกขึ้นแต่เช้ามืดจุดไฟซ้อมตำต่อไป พอสว่างก็เสร็จพอดี นางจึงเอารำอ่อนผสมกับข้าวปั้นให้เหนียว แต่แผ่ย่างไฟให้สุกดีแล้วก็ใส่พอยกครุขึ้นบนบ่าเดินไปตักน้ำปรารถนาจะนำไปบริโภคด้วยตนเอง ครั้นไปถึงในระหว่างทาง เห็นพระบรมศาสดากับพระอานนท์บิณฑบาต ก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส โดยมาคิดว่าเราตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งกายและใจ ต้องเป็นทาสีอาศัยเศรษฐีเลี้ยงชีวิตเป็นอยู่ วันหนึ่งวันหนึ่งเท่านั้น ก็เพราะเราไม่ได้ให้ทานรักษาศีลทำบุญไว้ในชาติปางก่อน ชาตินี้ เราจึงได้เดือดร้อนลำบากมากในความเป็นอยู่ แต่ว่าเราได้พบพระพุทธเจ้าแล้วแต่ไม่มีของที่จะถวาย เห็นมีแต่ข้าวจี่ปั้นนี้แต่ว่ามันเป็นของเลวไม่ประณีต พระพุทธเจ้าจะทรงอนุเคราะห์ฉันหรือ แต่ว่าขึ้นชื่อว่าพระพุทธเจ้าแล้วย่อมมีพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ย่อมไม่รังเกียจว่าของจะประณีตหรือเลว
เมื่อนางคิดดังนั้นแล้วจึงเดินเข้าไปหาพระบรมศาสดาแล้วอาราธนาว่า ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระองค์ทรงรับข้าวจี่ปั้นนี้ ของหม่อมฉันผู้เป็นคนยากจนเข็ญใจเถิดพระพุทธเจ้าข้า พระศาสดาจึงทรงเปิดบาตรรับข้าวจี่ ของนางปุณณทาสี และนางปุณณทาสีได้กราบทูลว่า "ขอธรรมที่พระองค์ทรงเห็นแล้วนั่นแหละ จงสำเร็จแก่หม่อมฉันเถิด พระเจ้าข้า"พระศาสดาประทับยืนอยู่นั่นแหละ ได้ทรงกระทำอนุโมทนาว่า "จงสำเร็จอย่างนั้น" แล้วเสด็จไปบ้านของเศรษฐี นางปุณณทาสี ครั้นใส่บาตรแล้วก็ยังยืนอยู่ที่นั้น มองดูพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จไปสู่บ้านเศรษฐีนั้น ก็มาคิดอีกว่าเมื่อพระศาสดาเสด็จไปฉันข้าวในบ้านเศรษฐี ภัตตาหารในเรือนของเศรษฐีล้วนแต่ของดี ๆ มีกลิ่นรสอันโอชา เป็นของที่ประณีตน่าขบฉัน ส่วนข้าวจี่ของเราเป็นของเลวทราม พระองค์คงไม่ฉันแน่จะต้องเอาโยนทิ้งให้กาและสุนัขเสีย สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบวาระจิตของนางปุณณทาสี ว่าคิดอย่างไร จึงรับสั่งให้พระอานนท์ปูลาดอาสนะ ที่ภายใต้ร่มทางแล้วเสด็จประทับนั่งฉันข้าวจี่นั้นให้นางปุณณทาสีเห็น ครั้งนั้นเทพยุดาในห้องแห่งจักรวาลทั้งสิ้น บีบโอชารสอันสมควรแก่เทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย ให้เหมือนรวงผึ้งแล้ว ใส่ลงในขนมนั้น ครั้นทำภัตตกิจเสร็จ แล้วตรัสพระสัทธรรมเทศนาอนุโมทนาของนางปุณณทาสี ว่าขึ้นชื่อว่าโภคสมบัติ ของบุคคลผู้ตระหนี่อันมีอยู่ในมนุษย์โลกนี้ จะมากสักหมื่นแสนหรือมากกว่านั้นก็ตาม หาประเสริฐเท่ากับข้าวปั้นหนึ่งอันบุคคลให้ทานแล้วนั้นไม่ เพราะว่าโภคทรัพย์ทั้งหลายที่มีอยู่กับบุคคลผู้ตระหนี่เหนียวแน่นไม่เป็นประโยชน์อันใดเลย แต่จะกินก็ทั้งยากกลับแต่จะหมดเปลืองไป ครั้นผู้ตระหนี่นั้นตายลงสมบัติเหล่านั้น ก็เป็นของคนอื่นไปมิได้ติดตามไปสู่ปรภพเบื้องหน้า แต่ทานอันมีประมาณน้อยที่บุคคลได้ถวายแล้วในพระอริยเจ้า เพราะทานนั้นเป็นบันไดไปสู่สุคติสวรรค์ และเป็นเสบียงเลี้ยงตนไปในหนทางทุรกันดารในคราวที่ดับขันธ์แล้ว เมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลงแล้ว นางปุณณทาสีได้บรรลุเป็นพระโสดาปฏิผล ได้แซ่ซ้องสาธุการบันเทิงในทานสมบัติ ที่ตนได้ทำแล้วนั้นถวายอภิวาทพระศาสดาจารย์แล้วหลีกไป ในขณะที่นางเดินไปตามทางนั้น ด้วยความอิ่มเอิบยินดีไม่ได้ทันพิจารณาดูทางเดินไปเหยียบงูเห่า ในระหว่างทางงูเห่าเลยขบกัดเท้านางเข้าพิษได้แล่นเข้าสู่หัวใจ นางปุณณทาสีก็ทำกาลกิริยาตายไปในที่นั้นแล้วได้ไปเกิดบนสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ มีนางฟ้าพันหนึ่งแวดล้อมเป็นบริวาร ก็เพราะอานิสงส์ที่นางได้ถวายข้าวจี่ปั้นแก่พระพุทธเจ้า

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้
Apinya (12-11-10), พรรณวดี (12-11-10), พุทธรักษา (13-11-10), สุธัมมา (21-11-10), จิตประภัสสร (25-11-10), ปาริฉัตรมณี (12-11-10), นิมมานรดี (10-04-11), เพิ่มบุญ (24-09-11), Jira (19-11-11), Peach (06-12-10), Rich (12-11-10), rossukon (20-12-10)