ดูแบบคำตอบเดียว
  #1  
เก่า 12-01-11, 16:40
อภิญญา's Avatar
อภิญญา อภิญญา is offline
คณะพระธาตุแก้วมณีโชติ
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
ข้อความ: 10,131
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 6,848
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 77,950 ครั้ง ใน 77,950 ข้อความ
พลังบุญ: 56685
อภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished roadอภิญญา is on a distinguished road
Smile สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

อภิญญา-สมเด็จพระนารายณ์มหาราช-imagescakrhmub-jpg
พระราชประวัติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓ ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาททองกับพระอัครเทวี พระองค์เจ้าศิริราชกัลยา ทรงพระราชสมภพ ณ วันจันทร์ เดือนยี่ ปีวอก พ.. ๒๑๗๕ (จุลศักราช ๙๙๔) เมื่อยังทรงพระเยาว์มีพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้านรินทร์” ครั้นเจริญพระชันษาได้ ๑ เดือน สมเด็จพระราชบิดาตรัสให้มีการพระราชพิธีขึ้นพระอู่ก็มีเหตุมหัศจรรย์ คือในระหว่างพระราชพิธีนั้น ขณะที่พระราชกุมารบรรทมอยู่ในพระอู่ พระญาติวงศ์ฝ่ายในบังเอิญเห็นเป็น ๔ พระกรแล้วจึงกลับเป็นปรกติเป็น ๒ พระกร สมเด็จพระเจ้าปราสาททองจึงตรัสให้เอานิมิตรนั้นเปลี่ยนพระนามเสียใหม่ว่า “พระนารายณ์ราชกุมาร”
และทรงมีพระนมอยู่พระองค์หนึ่ง คือ เจ้าแม่วัดดุสิต ทรงเป็นพระอนุชาในสมเด็จเจ้าฟ้าไชย
เมื่อพระนารายณ์ทรงมีพระชนม์ได้ 5 พรรษา ขณะเล่นน้ำ พระองค์ทรงถูกอสนีบาต พวกพี่เลี้ยง นางนม สลบหมดสิ้น แต่พระองค์ไม่เป็นไรแม้แต่น้อย เมื่อพระนารายณ์ทรงมีพระชนม์ได้ 9 พรรษา พระองค์ทรงถูกอสนีบาตที่พระราชวังบางปะอิน แต่พระองค์ก็ปลอดภัยดี
สมเด็จพระนารายณ์ทรงรับการศึกษาจากพระโหราธิบดี ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงในพระราชวัง และพระอาจารย์พรหม พระพิมลธรรม รวมทั้งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์และพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ระดับสูงในพระนคร
สมเด็จพระนารายณ์มีส่วนสำคัญในการขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา โดยพระองค์ได้ร่วมมือกับสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาในการชิงราชสมบัติจากสมเด็จเจ้าฟ้าไชย ซึ่งเป็นพระเชษฐาของพระองค์ โดยหลังจากที่พระองค์ช่วยสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติได้แล้วนั้น สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาทรงแต่งตั้งให้พระองค์ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชและให้เสด็จไปประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคล หลังจากสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติได้ 2 เดือนเศษ พระองค์ทรงชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระศรีสุธรรมราชา
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงขึ้นครองราชย์ เป็นรัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ขณะมีพระชนมายุได้ ๒๕ พรรษา เมื่อเวลาบ่าย ๒ โมง ของวันพฤหัสบดี เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ ปีวอก อัฏศก จุลศักราช ๑๐๑๘ (ตรงกับวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๑๙๙)
กล่าวกันว่า ในรัชกาลของพระองค์ บ้านเมืองมีความเจริญในด้านศิลปวิทยาและการศึกษา ราษฎรเป็นสุขสมบูรณ์เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงมีปัญญาเฉลียวฉลาด บำรุงบ้านเมืองดี ทั้งทรงเป็นปราชญ์และกวี สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดต่อกับต่างประเทศ
ในรัชสมัยของพระนารายณ์มหาราช การค้าขายกับต่างประเทศเจริญมาก จึงเกิดขัดใจกันกับพวกฮอลันดา ซึ่งกำลังมีอำนาจอยู่ พระองค์ทรงหวั่นเกรงภัยจะมาจากฝรั่ง จึงให้สร้างป้อมขึ้นที่เมืองธนบุรีและนนทบุรี และดัดแปลงเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีอีกแห่งหนึ่ง ฝ่ายพวกบาทหลวงฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มเข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนาในกรุงศรีอยุธยา เห็นเป็นโอกาสดีก็เข้าอาสาช่วยในการก่อสร้าง และทูลไปยังพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศสให้ส่งทูตมาฝากฝังพวกตน ฝ่ายสมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงยินดี ที่จะผูกไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ ซึ่งกำลังมีอำนาจยิ่งใหญ่อยู่ในยุโรป ฮอลันดากับอังกฤษมีความยำเกรงมาก ทั้งมีพระประสงค์จะให้ไทยได้รับความรู้จากฝรั่งเศสด้วย ตอนกลางของรัชสมัยของพระองค์ มีฝรั่งชาติกรีก ชื่อฟอลคอน เข้ามาทำราชการเป็นที่พอพระทัยมาก จนได้ตำแหน่งหน้าที่สำคัญและได้รับยศเป็นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ให้ประเทศไทยนานัปการ บ้านเมืองในสมัยของพระองค์ได้รับการยกย่องจากประวัติศาสตร์ว่า ฟุ้งเฟื่องด้วยนักปราชญ์ราชบัณฑิตเกริกก้องกำจายด้วยศิลปวรรณคดีและยิ่งไปกว่านั้นในความสัมพันธ์กับต่างประเทศนับเป็นครั้งแรกที่รุ่งเรืองจนเป็นที่เลื่องลือที่สุด
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชนอกจากจะทรงเป็นขัตติยกวีจำเพาะพระองค์เองแล้ว หากแต่ในรัชสมัยของพระองค์ก็ยังพรั่งพร้อมไปด้วยนักปราชญ์ ราชบัณฑิต และพระมหาเถรานุเถระผู้แตกฉานในคัมภีร์พระไตรปิฎกและทรงวิทยาคุณ พระองค์ทรงฝักใฝ่ในทางพระธรรมและข้อวัตรปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ทรงวิสาสะกับพระเถรานุเถระทั้งหลายเหล่านั้นอยู่เนืองๆ ดังจะเห็นได้จากพระราชปุจฉาหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในรัชกาลของพระองค์
หลังจากประทับในกรุงศรีอยุธยาได้ 10 ปี พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2209 และเสด็จไปประทับที่ลพบุรีทุกๆ ปี ครั้งละเป็นเวลานานหลายเดือน
นอกจากนี้พระองค์ยังทรงรับเอาวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ เช่น กล้องดูดาว และยุทโธปกรณ์บางประการ รวมทั้งยังมีการรับเทคโนโลยีการสร้างน้ำพุ จากชาวยุโรป และวางระบบท่อประปาภายในพระราชวังอีกด้วย
ความหนักแน่นทางพระพุทธศาสนาของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเห็นได้ชัดเมื่อมีการเผยแผ่ศาสนาคริสต์มายังประเทศไทย บาทหลวงของศาสนาคริสต์ได้นำหลักคำสอนในคัมภีร์ไบเบิลมาให้พระองค์ทรงศึกษา วันหนึ่งมีบาทหลวงถือไม้เท้ามีไม้กางเขนอันใหญ่เหมือนกับโป๊ปถือเข้าไปเฝ้าพระองค์ บอกกับพระองค์ว่า “ถึงเวลาแล้ว เพราะหว่าพระองค์ทรงรู้เรื่องของพระผู้เป็นเจ้า ของพระเยซูคริสต์ดีแล้ว ควรจะรับศีลเป็นคาธอลิคเสียที” พระองค์ทรงตอบว่า “ถ้าพระผู้เป็นเจ้าในคัมภีร์ของทานมีอยู่จริง มีอำนาจพิเศษจริง ๆ พระผู้เป็นเจ้าของท่านก็คงทราบว่าประเทศไทยนี่ เป็นเมืองนับถือพระพุทธศาสนา แล้วพระผู้เป็นเจ้าให้ข้าพเจ้ามาเกิดในประเทศไทยก็เท่ากับว่าให้มาเป็นหัวหน้าของพุทธบริษัท นับถือพระพุทธศาสนา ถ้าข้าพเจ้าเปลี่ยนจิต เปลี่ยนมานับถือศาสนาคาทอลิคที่พวกท่านให้ข้าพเจ้านับถือ มันก็ขัดกับความต้องการของพระผู้เป็นเจ้า จะเป็นโทษเป็นบาป”
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชย์ เสด็จสวรรคต ณ วันอาทิตย์ เดือน 8 ขึ้น 11 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1050 ตรงกับวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 เป็นปีที่ 32 ในรัชกาล พระชันษาสิริรวมได้ 56 พรรษา ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

Share |
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ อภิญญา ในข้อความนี้