ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 26-04-12, 19:25
ohm_chiangmai's Avatar
ohm_chiangmai ohm_chiangmai is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Apr 2012
ข้อความ: 139
จำนวนครั้งที่ได้ร่วมมหาโมทนาบุญ: 466
ได้รับการมหาโมทนาบุญ 1,014 ครั้ง ใน 1,014 ข้อความ
พลังบุญ: 1162
ohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished roadohm_chiangmai is on a distinguished road
Default วัดสี่อริยะเจ้า...เส้นทางรอยบุญครูบาเจ้าศรีวิไชย

วัดสี่พระอริยะเจ้า...เส้นทางรอยบุญแห่งครูบาเจ้าศรีวิไชย...แห่งเมืองเชียงใหม่

คามที่พี่ ELLE ได้ประเดิมเปิดกระทู้ "ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชา" และเปิดโอกาสให้ผมได้มาเล่าสู่กันฟังในเรื่องประวัติของวัดทั้งสี่ รวมถึงการสำรวจและโครงการบูรณะวัดพระธาตุอนาคามี ผมเองจะได้รวบรวมมาในกระทู้นี้และจะค่อยๆเล่าไปทีละวัดนะครับ...

วัดสี่พระอริยะเจ้า...

นับตั้งแต่ครูบาศรีวิชัยได้มีการสร้างถนนขึ้นสู่พระบรมธาตุดอยสุเทพ ครูบาพร้อมหมู่คณะศิษย์ของท่าน ได้มีการบูรณะซ่อมสร้าง วัดตั้งแต่ตีนดอยสุเทพขึ้นไปตามลำดับขั้นของพระอริยะเจ้าคือ...โสดา สกิทาคา อนาคา และอรหันต์ ดังได้ปรากฏเป็นชื่อวัดดังต่อไปนี้...

1) วัดศรีโสดา ..... เป็นสัญลักษณ์ของพระอริยะเจ้าชั้นโสดาบัน
2) วัดผาลาดสกิทาคามี ..... เป็นสัญลักษณ์ของพระอริยะเจ้าชั้นสกิทาคามี
3) วัดอนาคามี ..... เป็นสัญลักษณ์ของพระอริยะเจ้าชั้นอนาคามี...ปัจจุบันบางท่านถือว่าสาบสูญ แต่แท้ที่จริงกลายเป็นวัดร้างอยู่บริเวณตรงข้ามหอดูดาวสิรินทร
4) วัดพระธาตุดอยสุเทพ ..... เป็นสัญลักษณ์ของพระอริยะเจ้าชั้นอรหันต์


^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

ประวัติวัดทั้ง4นี้ เดิมทีแล้ว สร้างขึ้นในสมัยของพระยากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ แห่งราชวงศ์เม็งราย โดยมีประวัติโดยย่อดังนี้...

ประวัติวัดสี่อริยะเจ้า ... ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวัด

วัดทั้งสี่นี้ เดิมสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้ากือนา
เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสี่ยงทายหาสถานที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ
ตามตำนานสร้างพระธาตุดอยสุเทพ ช้างที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุนั้น
ได้เดินทางมุ่งตรงไปทางดอยอ้อยช้าง ทิศตะวันตกของเมือง
พระเจ้ากือนาพร้อมทั้งพญาลิไทยจากเมืองสุโขทัย และเหล่าเสนาอามาตย์ ก็แห่ฆ้อง กลอง
ตามหลังช้างไป เมื่อไปถึงยอดดอยแห่งหนึ่งช้างก็หยุดและย่อเข่าลง
พระเจ้ากือนาและบริวารต่างเห็นพร้องกันว่าควรประดิษฐานพระบรมสารีริกธาต ณ ที่นั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น ช้างก็ลุกขึ้นเดิน และหยุดย่อเข่าลงอีก
(ภาษาเหนือเรียกอาการของช้างว่า “ยอบลง”) ทำกิริยาอย่างนี้ 3 ครั้ง
แล้วเดินต่อไปเมื่อไปถึงผาลาดหรือห้วยผีบ้า(เรียกตามชื่อพระมหาเถรจันทร์ฯ
อ่านรายละเอียดในประวัติวัดอุโมงค์) ข้างธารน้ำตกมีที่ราบเป็นบริเวณกว้าง
จึงหยุดพักอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วเดินทางต่อไปกระทั่งถึงดอยอ้อยช้าง
และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ณ สถานที่นั้น คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ปัจจุบัน

หลังจากสร้างพระธาตุดอยสุเทพเสร็จแล้ว พระยากือนา
ทรงมีพระราชดำริให้สร้างวัดตามรายทางอัญเชิญเพื่อเป็นอนุสรณ์ ขึ้นอีก ๓ แห่ง คือ


๑. วัดโสดาปันนาราม หรือ สามยอบ (เรียกตามอาการของช้างที่ย่อเข่าลง ๓ ครั้ง)
ปัจจุบันเป็นวัดร้างในบริเวณของวัดผาลาด อยู่ห่างจากสถานีโทรทัศน์ช่อง ๗
มาประมาณ ๑ กิโลเมตร


๒. วัดสกทาคามีวนาราม หรือ ผาลาด
(เรียกตามลักษณะของผาน้ำตกที่ลาดชัน ผู้เฒ่าผู้แก่เรียก ตามชื่อธารน้ำตกผาลาด)
ด้วยความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้ป่า ทำให้วัดลาผาด เป็นสถานที่แห่งความเพียรของพระภิกษุรูปหนึ่ง ในประวัติวัดอุโมงค์เถระจันทน์ กล่าวว่า พระมหาเถระอภัยสาระทะได้จาริกธุดงค์มาปฏิบัติกัมฎฐานอยู่ที่วัดร้างแห่งหนึ่งบริเวณเชิงดอยสุเทพ (สันนิษฐานว่าคือบริเวณวัดผาลาดในปัจจุบัน) จนสำเร็จอรหันต์เป็นสังฆราชองค์แรกของล้านนา


๓. วัดอนาคามีวนาราม หรือ ม่อนพญาหงส์ ปัจจุบันคือวัดร้างอยู่บริเวณตรงข้ามหอดูดาวสิรินทร
(ยังสืบค้นที่มาของชื่อม่อนพญาหงส์อยู่ แต่สันนิษฐานว่า บริเวณดังกล่าวน่ามีหงส์
หรือนกยูงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และน่าจะสร้างมาตั้งแต่สมัยขอม หรือ ละโว้
เรืองอำนาจโดยท่านสุเทวฤาษี ก่อนสร้างเมืองหริภุญชัย)


หลังจากทำบุญปอยหลวง (ฉลองสมโภช) วัดทั้งสี่แห่งแล้ว มอบให้ชาวบ้านขึ้นไปเป็นผู้ดูแลวัดทั้ง 4 แห่ง

***********************************************************************

การบูรณะและสร้างวัดสี่อริยะเจ้าขึ้นมาใหม่...โดย ครูบาเจ้าศรีวิไชย


ต่อมาภายหลัง...วัดต่างๆบนดอยสุเทพนี้ ได้ทรุดโทรมลงโดยลำดับ ถึงกับที่วัดทั้งสามวัดแรก คือวัดโสดาบัน วัดสกิทาคามี และวัดอนาคามี ได้ร้างลง และประกอบกับช่วงเวลานั้น...ครูบาศรีวิชัย ได้มีดำริจะสร้างเส้นทางขึ้นสู่พระบรมธาตุ จึงได้มีการชำระสะสาง โดยสร้างวัดขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ที่อยู่ในแนวถนนที่จะขึ้นองค์พระธาตุ...

โดยที่ครูบาชัยวงศาและครูบาขาวปี เป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมในการสร้างทางคนละครึ่ง ครูบาขาวปีรับผิดชอบควบคุมช่วงล่างตั้งแต่วัดศรีโสดาถึงวัดสกิทาคามี (วัดเดิมนี้ถูกรื้อไปแล้ว ปัจจุบันเป็นวัดผาลาดสกิทาคามี) ส่วนครูบาชัยวงศารับช่วงตั้งแต่วัดสกิทาคามี และสร้างวัดอนาคามี (ซึ่งขณะนี้ทรุดโทรมและถูกรื้อไปแล้ว) ไปจนถึงทางขึ้นดอยสุเทพ

ซึ่งปัจจุบันนั้น วัดโสดาบันเดิม จะอยู่ด้านล่างของวัดผาลาดใกล้กับสถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 และเป็นวัดร้าง โดยทางครูบาศรีวิชัยได้สร้างวัดขึ้นมาใหม่ในตำแหน่งปัจจุบัน และได้ใช้ชื่อวัดโสดาบัน แทนวัดเดิม...


ซึ่งก็จะคล้ายกับวัดอนาคามี...ซึ่งเดิมได้มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยลพบุรีมาแล้ว เดิมทีน่าจะชื่อว่าวัดม่อนพญาหงส์ และได้บูรณะขึ้นใหม่ในสมัยของพระยากือนา และเปลี่ยนมาเป็นชื่อวัดอนาคามี แต่เมื่อมาถึงในสมัยของครูบาศรีวิชัย เนื่องด้วยวัดอนาคามีเดิมจะอยู่คนละฝั่งของลำน้ำห้วยแก้ว คืออยู่คนละฟากถนนทางขึ้นดอยสุเทพ และค่อนข้างห่างจากลำห้วย... เข้าใจว่าด้วยเหตุนี้ครูบาศรีวิชัย จึงได้ดำริจะย้ายวัดอนาคามีมาเป็นวัดใหม่ติดฝั่งลำห้วยแก้ว...ซึ่งปัจจุบันนั้นวัดอนาคามีที่ครูบาศรีวิชัยได้สร้างไว้..(ได้รับข้อมูลมาว่าสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่ครูบามรณะภาพเสียก่อน จึงสร้างไม่เสร็จ ) ได้ถูกก่อสร้างเป็นหอดูดาวสิรินทร ไปหมดแล้ว โดยไม่เหลือหลักฐานเดิม แต่ความสับสนยังไม่จบแค่นั้น เมื่อมีผู้มีจิตศรัทธาจะฟื้นฟูวัดอนาคามี แต่ไม่ทราบตำแหน่งที่แท้จริง จึงนิมนต์ " ครูบาดวงดี วัดท่าจำปี " ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ครูบาศรีวิชัย ตั้งแต่ท่านยังเป็นสามเณร ได้มาชี้จุดวัดอนาคามี ที่ครูบาได้สร้างไว้....โดยท่านได้ชี้ไปที่ ซากฐานวิหารหลังเก่าที่ปรากฏอยู่ในบริเวณ สถานีควบคุมไฟป่า ในปัจจุบัน

ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้น ฐานวิหารนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของวัดสกิทาคามีเดิม ที่ครูบาศรีวิชัย ได้เลื่อนตำแหน่งการสร้างวิหารมาจากตำแหน่งเดิม ไม่ให้ซ้อนทับของเก่า.. ทำให้ปัจจุบันได้มีโครงการบูรณะสถานที่ดังกล่าวภายใต้ชื่อที่ว่า..."พุทธอุทยานอนาคามี"....


****ในส่วนนี้ผมขอไปตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูลกับท่านพระมหาสง่าอีกครั้งหนึ่งครับ**


----------------------------------------------------

ต่อไปผมจะกล่าวถึงรายละเอียดและประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ในยุคสมัยของครูบาเจ้าศรีวิชัยได้เข้ามาบูรณะวัดทั้งสี่นะครับ

๑) วัดโสดาบัน..หรือ วัดศรีโสดา
วัดศรีโสดา มีความผูกพันธ์กับการสร้างถนนขึ้นบนพระธาตุดอยสุเทพ พ.ศ.๒๔๗๗ หลวงศรีประกาศ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ มีความคิดที่จะนำไฟฟ้าขึ้นไปติดตั้งบนดอยสุเทพ แต่ไม่มีงบประมาณ จึงได้ขอพึ่งบุญบารมีครูบาศรีวิชัยท่านเห็นด้วยแต่ขออธิษฐานดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ ท่านอธิษฐานถึง ๒ ครั้ง ปรากฏว่าเป็นไปได้ยากแต่การสร้างถนนขึ้นไปนั้นจะเสร็จเร็วกว่าจึงตกลงที่จะสร้างถนนขึ้นไปยังพระธาตุดอยสุเทพโดยมีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เป็นผู้ลงจอบแรกเป็นปฐมฤกษ์ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗

วัดโสดาบัน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น วัดศรีโสดา ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าเปลี่ยนในสมัยใดน่าจะอยู่ในช่วง พ.ศ.๒๔๗๙ - ๒๕๐๙ สมัย ครูบาเสาร์ นารโท เป็นเจ้าอาวาส สาเหตุที่เติมคำว่า ศรี เข้าใจว่ามาจากชื่อครูบาศรีวิชัย เพื่อเป็นอนุสรณ์ ยกย่องเชิดชู น้อมรำลึกคุณูปการที่ท่านสร้างวัดนี้ขึ้นมา
วัดศรีโสดา ได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ยก ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ (เล่มที่ ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๔๐ ง หน้า ๓๙ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑)

พระวิหารเดิมของวัดศรีโสดาได้สร้างขึ้นโดยท่านครูบาศรีวิชัยเมื่อปี พ.ศ.2477 และสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี2478 ต่อมาได้ทำการรื้อถอนโดยพระสุนทรพุทธิธาดา (พระราชวิมลเมธีเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน) และทำการสร้างวิหารขึ้นใหม่เป็นวิหาร 2 ชั้น ทรงลานนาไทย สร้างในปีพ.ศ. 2535 และเสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2539 ให้ชื่อว่าพระวิหารครูบาศรีวิชัย

๒) วัดผาลาด(สกิทาคามี)
ประวัติการบูรณะโดยครูบาศรีวิชัยและรายละเอียดของเสนาสนะภายในวัดผาลาด
๒.๑. วิหาร
สร้างขึ้นในในสมัยครูบาศรีวิชัยสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ
โดยเลี่ยงจากฐานวิหารเดิมมาทางทิศใต้ เพื่อไม่ให้ซ้อนที่กัน โดยมีสล่า ( ช่าง) เป็นชาวพม่า
ซึ่งล้วนเป็นลูกศิษย์ของครูบาเทิ้ม วัดแสนฝาง และ ครูบาสิทธิ วัดท่าสะต๋อย
(ดูจากหลักฐานชื่อที่ติดอยู่ที่เสาวิหาร) ด้านหน้าบันวิหารแกะสลักเป็นรูปนกยูงสัญลักษณ์ของพม่า
ส่วนด้านหลังแกะเป็นรูปกระต่าย อันเป็นปีเกิดของครูบาเทิ้ม ปัจจุบันป้านลม
ช่อฟ้าหักลงมาเกือบหมด หลังคาก็ผุพังชำรุดหลายแห่ง เมื่อฝนตกจะเกิดการรั่วซึมเกือบทั่วทั้งหลัง

๒.๒. เจดีย์
เป็นศิลปะสมัยครูบาศรีวิชัยเช่นเดียวกัน แต่สร้างโดยช่างชาวพม่า
กลุ่มเดียวกับที่สร้างวิหารงานจึงออกมาเป็นศิลปะแบบพม่า สันนิษฐานว่ารูปทรงน่าจะคล้ายกันกับ
วัดมหาวัน ถนนท่าแพ เชียงใหม่
แต่สภาพปัจจุบันถูกขุดเจาะเอาของไปตั้งแต่สมัยสงครามโลก และสมัยหลังสงคราม
จนเป็นเหตุให้ยอดเจดีย์พังลงมา องค์เจดีย์กลวงเป็นรูใหญ่ ควรได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน
ไม่เช่นนั้นจะพังลงมามากกว่านี้


๒.๓. บ่อน้ำ
บ้างบอกว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ จากการสังเกตุทำให้ทราบว่ามีการสร้างทับขึ้นหลายครั้ง
จึงสันนิษฐานว่า ครั้งที่หนึ่งสร้างขึ้นโดยชาวเมืองสุโขทัยที่ติดตามงานบุญอัญเชิญพระธาตุ
ร่วมกับพระเจ้ากือนา เพื่อเอาน้ำไว้กิน อาบ เป็นวิธีการกรองน้ำอย่างหนึ่งของคนโบราณ
จะได้ไม่ต้องใช้น้ำจากลำห้วยโดยตรง
ครั้งที่สองน่าจะเป็นสมัยที่พม่าครองเมืองเชียงใหม่
และครั้งที่สามในสมัยครูบาศรีวิชัย
การสร้างมณฑปครอบบ่อน้ำนี้เป็นประเพณีที่นิยมทำกันในถิ่นชาวไทยใหญ่
และทางภาคเหนือของพม่า

๒.๔ พระพุทธรูปหน้าผา
เดิมเป็นหอพระพุทธรูปที่สวยงามมาก คุณลุงบุญเสริมถ่ายภาพไว้
เป็นวิหารสี่เหลี่ยมตามแนวผา ศิลป์พม่าร่วมสมัย
มีผู้เล่าว่าสมัยก่อนพระที่อยู่ตรงหน้าผาเป็นพระศิลป์แบบเชียงแสน
และมีพระพระพุทธรูปศักดิ์องค์หนึ่งเรียกว่าพระไล่กา (เหตุที่ได้ชื่อเช่นนี้เพราะว่า
คนโบราณลงอาคมไว้เพื่อไม่ให้กา ที่เชื่อกันว่าเป็นสัตว์แจ้งเหตุร้าย และนิสัยไม่ดี
ไม่สามารถบินผ่านวัดขึ้นไปได้ เพราะพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว จึงได้ชื่อว่าพระไล่กา
แม้แต่ผู้คนที่ขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ หากนำอาหารติดตัวมา
หากเป็นเนื้อไม่ว่าสุกหรือดิบจะไม่สามารถเอาผ่านวัดนี้ไปได้ มักจะมีอาการปวดหัว ปวดท้อง )
ภายหลังมีชาวไทยใหญ่หลบภัยสงครามมาอยู่ที่ถ้ำผาลาดนี้
จึงพากันสร้างพระพุทธรูปไว้สักการะ และป้องกันภัย

๔.๕. วิหารวัดสามยอบ
ปัจจุบันเห็นแต่เพียงเนินดินสูงจากพื้นประมาณ ๑ เมตร
กว้างประมาณ ๑๐ * ๒๐ เมตร มีอิฐกระจัดกระจายอยุ่ทั่วบริเวณ
ด้านหน้าวิหารมีร่องรอยของสระน้ำอยู่ โบราณน่าจะทีทางน้ำไหลผ่านมาเข้าที่สระนั้น
ซึ่งหากสามารถนำน้ำมาลง ณ ที่นั้นได้จะช่วยให้บริเวณของสามยอบ ม่อนภาวนา กลับชุ่มชื้น
ต้นไม้ใบหญ้าจะสดชื่นขึ้นอีกมากมายนัก
***จุดนี้ปัจจุบันน่าจะอยู่ในพื้นที่ของสถานีควบคุมไฟป่า***

3) วัดอนาคามี
จากที่เคยได้สนทนากับท่านพระมหาสง่า ท่านได้เมตตาเล่าให้ฟังว่าวัดอนาคามีที่ครูบาศรีวัชัยได้สร้างขึ้นมาใหม่นั้น...สร้างได้ไม่สำเร็จเสร็จสิ้น เนื่องจากท่านได้มรณะภาพลงเสียก่อน และปัจจุบันก็ได้มีการก่อสร้างหอดูดาวสิรินทรทับในพื้นที่ดังกล่าวไปหมดแล้ว

4) วัดอรหันต์ หรือวัดพระธาตุดอยสุเทพ
ในส่วนของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ไม่มีการบันทึกใดๆเกี่ยวกับการบูรณะโดยครูบาศรีวิชัย มีเพียงแต่การสร้างทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ ที่ถือว่าเป็นคุณูปการอันสูงสุดที่ครูบาศรีวิชัยได้เป็นผู้นำในการสร้างถนนสายนี้จนแล้วเสร็จ
รูปขนาดเล็ก
อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2-jpg   อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1-jpg   อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99-jpg  

อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99-jpg   อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99-jpg   อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5-jpg  

อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-jpg   อภิญญา-ตามรอยครูบาเจ้าศรีวิชัยฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8-jpg  

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ohm_chiangmai : 28-04-12 เมื่อ 00:54

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้ "ร่วมมหาโมทนาบุญ" กับคุณ ohm_chiangmai ในข้อความนี้
พรรณวดี (27-04-12), พุทธรักษา (01-05-12), ก้อนดิน (27-04-12), อภิญญา (27-04-12), เพิ่มบุญ (08-05-12), เกียงจูแหย (26-04-12), Rich (26-04-12)